|
หมวด
1
|
|
|
ชื่อ
เครื่องหมาย และสถานที่ตั้ง
|
|
| ข้อ 1. | สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมวิทยุสมัครเล่นขอนแก่น โดยใช้อักษรย่อว่า"ส.ว.ข.ก."เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "เรดิโอ อเมเจอร์แอสโซซิเอชั่น |
| ขอนแก่น" เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า RADIO AMATURE ASSOCIATION KHON KAEN ใช้อักษรย่อว่า R.A.K.K | |
| ข้อ 2. | เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปวงกลมซ้อนกัน 2 วง ภายในวงกลมเป็นลายเส้นของพระธาตุขามแก่น เหนือวงกลมวงแรกมีอักษรย่อของ |
| สมาคมฯเป็นภาษาอังกฤษคือ R.A.K.K และใต้วงกลมวงแรกีชื่อของสมาคมเป็นภาษาไทย ระบุไว้คือ สมาคมวิทยุสมัครเล่นขอนแก่น | |
| ตัวอักษรทั้งสองชุดจัดวางตามแนวโค้งของวงกลมภายใต้วงกลมด้านนอกในส่วนล่าง มีรูปช่อดอกชัยพฤกษ์ วางตามแนวโค้งตามแนว | |
| วงกลม | |
| ข้อ 3. | สำนักงานของสมาคม อ.เมือง จ.ขอนแก่น (40000) |
|
หมวด 2
|
|
|
วัตถุประสงค์
|
|
| ข้อ 4. | วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ |
| 4.1 เพื่อเป็นศูนย์รวมของนักวิทยุสมัครเล่น | |
| 4.2 เพื่อช่วยเหลือสังคมและสาธารณประโยชน์ | |
| 4.3 เพื่อแสวงหาและเพิ่มพูนมิตรภาพ | |
| 4.4 เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคนิคระหว่างสมาชิก และพัฒนาวิชาการทางด้านวิทยุคมนาคม | |
| 4.5 การปฎิบัติการติดต่อสื่อสารของสมาชิกทั้งหมด จะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการศาสนา | |
| 4.6 สมาคมนี้ ไม่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการเมือง | |
| 4.7 ไม่มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งโต๊ะบิลเลียด | |
|
หมวด 3
|
|
|
สมาชิกฯ
|
|
| ข้อ 5. | สมาชิกของสมาคมฯ มี 3 ประเภท |
| 1. สมาชิกกิติมศักดิ์ ได้แก่บุคคลที่คณะกรรมการมีมติให้เป็น | |
| 2. สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลที่ได้รับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้นของกรมไปรษณีย์โทรเลขหรือเทียบเท่า | |
| 3. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่บุคคลที่มีความสนใจในวิชาการวิทยุคมนาคม | |
| ข้อ 6. | การเป็นสมาชิกฯ |
| 1. ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกต้องยื่นใบสม้ครตามแบบของสมาคมฯ ต่อนายทะเบียน ยกเว้น ในกรณีสมาชิกกิติมศักดิ์ และให้นายทะเบียน | |
| รวบรวมเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติ | |
| 2. เมื่อคณะกรรมการอนุมัต และได้ชำระค่าบำรุงสมาคมแล้ว จึงจะได้สมาชิกภาพ | |
| 3. ค่าบำรุงสมาคม | |
| - สมาชิกกิติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าบำรุงสมาคมฯ | |
| - สมาชิกสามัญ ชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ปีละ 350.00 บาท / หรือชำระครั้งเดียวตลอดชีพ 3,500.00 บาท | |
| - สมาชิกวิสามัญ ชำระค่ารุงสมาคมเป็นรายปี ปีละ 100.00 บาท | |
| ข้อ 7. | สิทธิของสมาชิก มีดังนี้ |
| ก. มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคมฯ | |
| ข. ได้รับประโยชน์จากสมาคมฯ | |
| ค. มีสิทธิใช้สถานที่ของสมาคมฯ | |
| ง. มีสิทธิเข้าฟังการประชุม และแสดงความคิดเห็น แต่สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิเสนอญัตติ แล้วออกเสียงลงคะแนน | |
| หรือได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการ | |
| จ. สมาชิกทุกประเถทมีสิทธิได้รับวารสารของสมาคมฯ | |
| ข้อ 8. | หน้าที่ของสมาชิก |
| ก. ปฎิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ และระเบียบซึ่งคณะกรรมการได้กำหนด | |
| ข. ส่งเสริมและร่วมมือในกิจการของสมาคมฯ | |
| ข้อ 9. | การขาดจากสมาชิกภาพ |
| ก. ตาย | |
| ข. ลาออก โดยแจ้งเป็นรายลักษณ์อักษรถึงคณะกรรมการ | |
| ค. คณะกรรมการมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เมื่อสมาชิกนั้น | |
| 1. ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาศาล เว้นแต่ในความผิดลหุโทษ หรือฐานประมาท หรือศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไร้ความสามารถ | |
| หรือเสมือนไร้ความสามารถ | |
| 2. ประพฤติตัวในทางที่เป็นปฎิปักษ์ต่อสมาคม หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมฯ | |
| 3. ค้างชำระค่าบำรุงสมาคมประจำปี เกินกว่าวันที่ 30 มิถุนายน | |
|
หมวด 4
|
|
|
คณะกรรมการ
|
|
| . | |
| ข้อ 10 | คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 7 คน และไม่มากกว่า 15 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญที่ดำรงสมาชิก |
| ภาพแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ปี ยกเว้น สมาชิกสามัญ ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากผู้ก่อตั้งสมาคมฯให้เป็นกรรมการชุดแรกของสมาคมฯ ให้คณะกรรมการ | |
| แต่งตั้งกันเอง ทำหน้าที่ซึ่งได้แก่.นายกฯ / อุปนายกฯ / เลขานุการฯ / เหรัญญิก / นายทะเบียน / บรรณารักษ์ / ปฎิคม / กรรมการอื่นๆ | |
| คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี | |
| ข้อ 11. | อำนาจหน้าที่ของกรรมการ |
| ก. บริหารกิจการของสมาคมฯให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ | |
| ข. กำหนดระเบียบและวิธีการ ซึ่งไม่ขัดแย้งต่อวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคมฯ | |
| นายก มีหน้าที่ควบคุมกิจการของสมาคมฯและเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก | |
| อุปนายก ทำการแทนนายฯเมื่อนายกฯไม่อยู่หรือไม่สามารถจะทำการได้ และเป็นผู้ช่วยนายกฯ และปฎิบัติการใดๆที่นายกฯมอบหมาย | |
| เลขานุการ มีน้าที่นัดการประชุมกรรมการ การประชุมใหญ่ จัดและรักษารายงานการประชุมติดต่อกับสมาชิกและบุคคลภายนอก | |
| ในเรื่องทั่วๆไป และกิจการอื่นๆ ที่มิได้อยู่ในอำนาจหรือหน้าที่ของกรรมการอื่นโดยเฉพาะ | |
| เหรัญญิก มีหน้าที่รับจ่ายและรักษาเงิน ตลอดจนการทำบัญชีและรักษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการเงิน | |
| นายทะเบียน มีหน้าที่รักษาทะเบียนสมาชิกตลอดจนเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการเป็นสมาชิก | |
| ปฎิคม มีหน้าที่ต้อนรับสมาชิกและแขกของสมาคมหรือสมาชิก และรักษาสถานที่ของสมาคมและพัสดุ | |
| บรรณรักษ์ หน้าที่ซื้อหา และรักษาสรรพหนังสือและเอกสารในห้องสมุด รวมทั้งจัดทำวารสารของสมาคม | |
| ข้อ 12. | กรรมการพ้นจากตำแหน่ง |
| ก. ถึงกำหนดออกตามวาระ | |
| ข. ขาดจากสมาชิกภาพของสมาคมฯ | |
| ค. ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ | |
| ง. ขาดประชุมกรรมการเกินกว่า 3 ครั้ง ติดต่อกันโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้นายกฯ หรือเลขานุการฯทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร | |
| ข้อ 13. | ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุใดๆให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญผู้ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ตามลำดับคะแนน |
| รองลงไปในกรณีที่ไม่มีผู้ได้รับคะแนนรองลงไป ให้คณะกรรมการแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ และกรรมการผู้ได้รับการแต่งตั้งซ่อมนั้น | |
| จะดำรงตำแหน่งได้เท่าวาระของผู้ที่ตนแทน คณะกรรมการจะดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ได้รับเลือกตั้งไปจนกว่าที่ประชุมใหญ่จะเลือก | |
| ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ | |
| ข้อ 14. | การประชุมของคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนี่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม |
| ข้อ 15. | มติของที่ประชุมกรรมการ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานฯที่ประชุมเป็นผู้ชึ้ขาด โดยออกเสียงอีก 1 เสียง |
| เป็นเสียงชี้ขาด | |
| ข้อ 16. | กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนกรรมการทั้งหมดมีสิทธิขอเรียกประชุมกรรมการได้ เมื่อมีเหตุอันสมควรให้นายกฯ |
| เรียกประชุมคณะกรรมการตามคำขอทันที โดยแจ้งให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วัน | |
|
หมวด 5
|
|
|
การประชุมใหญ่
|
|
| ข้อ17. | ให้มีการประชุมใหญ่ทุกปี เพื่อพิจารณาระเบียบวาระดังต่อไปนี้ |
| ก. เพื่อพิจารณารายงานกิจกรรมของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจการของสมาคม ซึ่งคณะกรรมการคณะนั้นบริหารมา | |
| ข. เพื่อพิจารณาและอนุมัติบัญชีงบดุลสำหรับปีที่ล่วงมาแล้ว | |
| ค. เพื่อเลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี | |
| ง. เพื่อปรึกษาพิจารณาอื่นๆ | |
| ข้อ 18. | ให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่ทุก 2 ปี ภายในเดือนเมษายน ของปีเลือกตั้ง |
| ข้อ 19. | นอกจากการประชุมใหญ่สามัญ คณะกรรมการอาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้ หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิก |
| ทั้งหมด จะลงชื่อร้องขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้ เมื่อนายกฯได้รับคำขอเช่นนี้ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ โดยกำหนดนัด | |
| ประชุมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สมาชิกร้องขอ | |
| ข้อ 20. | ในการประชุมใหญ่ จะต้องแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน |
| ข้อ 21. | การประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ญัตติใดๆ เว้นแต่ที่เสนอ |
| คณะกรรมการหรือคณะกรรมการคนใดคนหนึ่ง ต้องมีสมาชิกสามัญรับรอง 5 คน เป็นอย่างน้อย และต้องทำเป็นหนังสือถึงเลขานุกรฯ ก่อน | |
| วันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 7 วัน สมาชิกทั้งหลายมีสิทธิเข้าฟังการประชุมและแสดงความคิดเห็น แต่สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิเสนอ | |
| ญัตติและออกเสียงลงคะแนน | |
| ข้อ 22. | ในการประชุมใหญ่สามัญ ถ้าสมาชิกสามัญมาไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้นัดประชุมใหม่ภายใน 14 วัน ในการประชุมใหม่นั้น มีสมาชิก |
| สามัญ มาประชุมไม่ครบองค์ประกอบ ตามข้อ 21 ก็ให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ | |
| ข้อ 23. | สมาชิกสามัญมีสิทธิลงคะแนนเสียง คนละ 1 เสียง การออกเสียงลงคะแนนเป็นสิทธิเฉพาะตัวของสมาชิก จะแต่งตั้งตัวแทนไม่ได้ |
| ข้อ 24. | การออกเสียงลงคะแนน ให้ใช้วิธีซึ่งประธานในที่ประชุมใหญ่จะเป็นผู้กำหนด |
| ข้อ 25. | มติของที่ประชุมใหญ่ ให้ถือตามเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด |
| ข้อ 26. | การเงินของสมาคมอยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการ โดยให้เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน/หรือบัญชีออมทรัพย์ไว้กับ |
| ธนาคารพาณิชย์ ในนามของสมาคมฯ การจ่ายเงินใดๆของสมาคมฯไม่ว่าจากบัญชีใดๆ ต้องประทับตราสมาคมฯโดยมีนายกฯหรือ | |
| อุปนายกฯหรือเลขานุการฯหรือเหรัญญิก ลงลายมือชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 2 คน โดยกำหนดให้จ่ายเงินได้ ครั้งละไม่เกิน 20,000.00 บาท | |
| (สองหมื่นบาทถ้วน) หากเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการก่อน | |
| ข้อ 27. | ให้เหรัญญิกจัดให้มีการเงินของสมาคมฯพร้อมด้วยใบสำคัญและหลักฐานให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชี การรับเงินทุกประเภท |
| ต้องมีหลักฐานการรับเงิน การจ่ายเงินทุกรายต้องมีใบสำคัญ อันมีรายการจำนวนเงินถูกต้อง ซึ่งได้รับอนุมัติจากนายกฯหรือผู้ได้รับมอบ | |
| หมาย หลักฐานการรับ-จ่าย ต้องเก็บรักษาไว้ เพื่อการตรวจสอบโดยเรียบร้อยครบถ้วน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เหรัญญิก มีอำนาจเก็บ | |
| รักษาเงินสดไว้ในมือเพื่อใช้จ่ายเป็นเงินไม่เกิน 10,000.00 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) | |
| ข้อ 28. | บัญชีของสมาคม สิ้นสุดเพียงวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เหรัญญิกต้องทำบัญชีงบดุล เสนอให้ผู้สอบบัญชีของสมาคมฯตรวจสอบ |
| ภายในเวลาอันสมควร พอที่จะเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาตามกำหนด | |
| ขัอ 29. | ให้ที่ประชุมแต่งตั้งสมาชิกสามัญหรือบุคคลภายนอก ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นผู้สอบบัญชีอนุญาต ซึ่งมิใช่เป็นกรรมการของสมาคมฯ |
| ให้เป็นผู้สอบบัญชี | |
| ข้อ 30. | ถ้าผู้สอบบัญชี ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งไว้ พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดๆ ก่อนทำการสอบบัญชีเสร็จ คณะกรรมการมีอำนาจให้บุคคล |
| ที่มีคุณสมบัติที่ไม่ใช่กรรมการสมาคมฯทำการสอบบัญชีแทน | |
| ข้อ 31. | ผู้สอบบัญชี มีอำนาจตรวจสอบสรรพเอกสาร ทั้งของที่เกี่ยวข้องกับบัญชีและการเงินของสมาคมฯ และมีอำนาจสอบถามกรรมการและ |
| พนักงานของสมาคม เพื่อการดังกล่าวนั้น | |
|
หมวด 6
|
|
|
การแก้ไขข้อบังคับของสมาคมฯ
|
|
| ข้อ 32. | ข้อบังคับนี้จะแก้ไข เพิ่มเติมได้ก็ต่อเมื่อ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวน |
| สมาชิกสามัญ | |
| ข้อ 33. | การลงมติเลิกสมาคม ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าสามในสี่ ของสมาชิกทั้งหมด |
| ข้อ 34. | ในกรณีเลิกสมาคมฯ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบบัญชี เว้นแต่ที่ประชุมลงมติให้เลิกสมาคมฯนั้น จะได้ลงมติไว้ |
| เป็นอย่างอื่น และเมื่อชำระบัญชีแล้วถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่ ให้โอนให้แก่ สภากาชาดไทย | |
|
หมวด 8
|
|
|
บทเฉพาะการ
|
|
| ข้อ 35. | เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็น สมาชิกสามัญ |